วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั่งที่ 9

วัน อังคาร ที่ 14 เดือน ตุลาคม 2557
เวลาเข้าเรียน 14.10 - 17.30 น.

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วัน อังคาร ที่ 7 เดือน ตุลาคม 2557
เวลาเข้าเรียน 14.10 - 17.30 น.

        - วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเป็น สัปดาห์ของการสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัยค่ะ




บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วัน อังคาร ที่ 30 กันยายน 2557
เวลาเข้าเรียน 14.10 - 17.30 น.


         - อาจารย์ได้เข้าร่วมงาน "จิตอาสาตามรอยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง" อาจารย์เลยให้นักศึกษาได้ไปทำงานที่ค้างคาให้เสร็จ




วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6

วัน อังคาร ที่ 23 กันยายน 2557
เวลาเข้าเรียน 14.10 - 17.30 น.



วันนี้เพื่อนๆได้ออกมานำเสนอบทความหน้าชั้นเรียน มี 4เรื่อง ดังนี้
1.เรื่องสอนเด็กปฐมวัยเรียนวิทย์จากเป็ดและไก่ (โดย น.ส.นถาวรรณ กรุดขุนเทียน)
   ผู้เขียน ครูลำพรรณี มืดขุนทด
 เนื้อหา - เด็กจะเรียนรู้ผ่านนิทาน เรื่อง หนูไก่คนเก่ง มี3 ขั้นตอนดังนี้
               ขั้นตอนที่ 1 นำเด็กร้องเพลงไก่แล้วทำท่าทางประกอบอย่างอิสระ
               ขั้นตอนที่ 2 สนทนาและตั้งคำถามกับเด็ก"อยากรู้จังไก่กับเป็ดต่างกันอย่างไร"
               ขั้นตอนที่ 3 ให้เด็กได้ลงมือวาดภาพตามจินตนาการ และครูก็บันทึกคำพูดที่เด็กบอกลงภาพนั้นๆ
2.เรื่องสร้างแนวทางให้เด็กทดลองวิทยาศาสตร์(โดย น.ส.สุธาสินี ธรรมานนท์)
  ผู้เขียน ดร.เทพปัญญา พรหมขัติแก้ว
 เนื้อหา 1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องรอบๆตัว
            2.ออกไปหาคำตอบพร้อมๆกับเด็ก
            3.เด็กเอาสิ่งนั้นมาตอบคำถามเขาเองครูก็ช่วยเสริ,เนื้อหาเข้าไป
            4.เอาสิ่งนี้มาให้เพื่อนช่วยคิด
            5.นำสิ่งนี้ไปเชื่อมโยงทางวิทยาศาสตร์
3.เรื่องวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย(โดย น.ส.นฤมล อิสระ)


   ผู้เขียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ไสยวรรณ
 เนื้อหา - วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเรา ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ส่งผลให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นและเข้าใจเกี่ยวกับการโภชนาการ ผลจากการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรามีความเป็นอยู่อย่างสะดวกสะบาย
4.เรื่องโลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร(โดย น.ส.ยุพดี สน
ประเสริฐ)

 ผู้เขียน ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร

เนื้อหา - เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้การคิด ลงมือ
แก้ปัญหาด้วยประสบการณ์ตรงอย่างเหมาะสมกับวัยและเป็น
ไปตามหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย กิจกรรมในวันนี้นักวิทยา
ศาสตร์ตัวน้อยจะได้ร่วมกันหาคำตอบจากคำถามที่ว่า“โลกของ
เราดำเนินอยู่ได้อย่างไร”


วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

สรุปความลับของแสง




ความรู้ที่ได้รับ
ความสำคัญของแสง
                   เวลาฝนตกหนังๆเราจะมองเห็นข้างนอกได้ไม่ชัด และถ้าเกิดไฟฟ้าดับเราจะมองอะไรไม่เห็น พอไฟดับก็จะไม่มีแสงสว่าง ถ้าไม่มีแสงสว่างเราก็จะมองอะไรไม่เห็น
เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้อย่างไร
                  แสงเป็นคลื่นชนิดหนึ่งเหมือนกับคลื่นน้ำในทะเล แต่จะเป็นคลื่นที่มีความยาวของคลื่นสั้นมาก นอกจากนั้นแสงยังคลื่นที่ได้เร็วมากๆตั้ง 300,000 ต่อวินาที ซึ่งถ้าเราวิ่งได้เร็วเหมือนแสง เราจะวิ่งรอบโลกได้7 รอบภายใน 1วินาที
แสงช่วยในการมองเห็นได้อย่างไร
                   เพราะแสงจะส่องมาโดนวัตถุต่างๆและนอกจากแสงจะส่องมาโดนวัตถุแล้ว แสงยังจะต้องสะท้อนจากวัตถุนั้นเข้าสู่ตาเราด้วย ซึ่งเท่ากับว่าตาของเราคือจอสำหรับรับแสงที่สะท้อนเข้ามาจากวัตถุนั้นเอง
การเดินทางของแสง
                    แสงจะเดินทางเป็นเส้นตรงโดยไม่มีการเปลี่ยนทิศทางใดๆอย่างแน่นอน และแสงจะเดินทางเป็นเส้นตรงไปยังวัตถุของแสงแล้วแสงนั้นจะสะท้อนมาเป็นเส้นตรงแบบเดิมเข้าสู่ตาเรา
วัตถุที่แสงสามารถผ่านไปได้
          1.วัตถุโปร่งแสง - แสงจะทะลุผ่านไปได้แค้บางส่วนเท่านั้น เราจึงมองเห็นวัตถุต่างๆที่อยู่ด้านหลังวัตถุโปร่งแสงได้ไม่ชัดเจน เช่น กระจกฝ้า พลาสติกสีขุ่นๆ
          2.วัตุโปร่งใส - แสงสามารถเดินผ่านไปได้ทั้งหมด ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู๋ข้างหลังได้ชัดเจน เช่น กระจกใส พลาสติกใส
วัตถุที่แสงไม่สามารถผ่านไปได้
         3.วัตถุทึบแสง - วัตถุนี้จะดูดกลืนแสงบางส่วนไว้ แล้วจะสะท้อนแสงที่เหลือเข้าตาเรา ซึ่งเป็นวัตถุส่วนใหญ่ที่อยู่บนโลกของเรา เช่น หิน เหล็ก ไม้ และตัวเรา
ภาพกลับหัว
                   เพราะแสงเดินทางเป็นเส้นตรง เมื่อผ่านรูเล็กๆอย่างรูกระป๋อง ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพกลับหัว และที่ตาของเราก็จะมีรูเล็กๆ เราเรียกว่า "รูรับแสง" แล้วภาพที่ผ่านรูรับแสงที่ตาเราก็จะเป็นภาพกลับหัว และหลักการนี้ที่เรานำมาทำเป็นกล้องถ่ายรูป แต่ที่เรามองเห็นเป็นปกติก็เพราะว่า สมองของเรานั้นจะกลับภาพให้เป็นปกติโดยอัตโนมัติ

     


   



บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5

      วัน อังคาร ที่ 16 กันยายน 2557
     เวลาเข้าเรียน 14.10 - 17.30 น. 

ความรู้ที่ได้รับ
         - อาจารย์ให้นักศึกษาตอบชื่อเพลงสำหรับเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 เพลง โดยไม่ซ้ำกัน
           - อาจารย์ได้ให้เพื่อนออกมานำเสนอบทความของตัวเอง
 คนแรก =  เรื่องหลักสูตรวิทยาศาสตร์
 คนที่สอง = เรื่องสอนลูกเรื่องพืช 
                1.พาลูกทำอาหารด้วยผัก
                2.พาลูกปลูกผัก
                3.พาลูกไปซื้อพืชพันธุ์ผัก
                4.พาลูกไปเที่ยวสวนพืช
การนำไปประยุกต์ใช้
               นำบทความของเพื่อนไปศึกษาหาเนื้อหาต่อ แล้วนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้กับเด็กปฐมวัย ให้เหมาะสมตามวัยของเด็ก
การประเมินผล
             ตนเอง = ตั้งใจเพื่อนที่ออกมานำเสนอ ไม่ส่งเสียงดังรบรวนเพื่อน
             เพื่อน = เป็นผู้ฟังที่ดี และ ออกมานำเสนอบทความของตัวเองได้อย่างชัดเจน
             อาจารย์ = ให้คำแนะนำ และส่งเสริมเพิ่มเติมเนื้อหาให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น










วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

สรุปบทความ

การสอนลูกเรื่องแรงโน้มถ่วง
(Teaching Children about Gravity) 
ผู้เขียน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุบผา เรืองรอง
(อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช)
 


   การสอนลูกเรื่องแรงโน้มถ่วง (Teaching Children about Gravity) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับแรงที่โลกกระทำต่อวัตถุทุกชิ้น ดึงวัตถุในทิศทางเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก ทำให้วัตถุยึดติดกับพื้นโลก มิให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนผิวโลกหรือบรรยากาศของโลกหลุดลอยไปในอากาศได้ ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยมีนิสัยสงสัยใคร่รู้เป็นโดยธรรมชาติ การที่เด็กมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว และเกิดเรื่องราวให้ชวนคิด ชวนให้สงสัยมีมากมาย รวมทั้งคำถามว่า “อะไรที่ทำให้เรายืนอยู่บนพื้นโลกได้โดยไม่ปลิวหายไปในอากาศ” และ “มีใครบ้างที่อยู่ใต้พื้นโลก เขาหล่นหายไปหรือไม่” คำถามของเด็กมีคำ ตอบ แต่หากผู้ใหญ่บอกเล่าเพียงให้เด็กทราบว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะโลกมีแรงโน้มถ่วง การบอกเช่นนั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเด็กบอกไม่เห็นแรงโน้มถ่วง แต่หากเด็กได้มีโอกาสตรวจสอบเรื่องนี้จากกิจกรรมง่ายๆ ที่ครูหรือพ่อแม่จัดให้เด็กได้กระทำ จนเกิดเป็นความเข้าใจในเหตุและเห็นผลสอดคล้องกัน จะเป็นการส่งเสริมความคิด ทัศนคติที่ดีและเกิดทักษะที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ต่อๆไปอีกให้แก่เด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กเรื่องแรงโน้มถ่วงจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้

ความสำคัญ

จะช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนาตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรปฐมวัย คือการส่งเสริมให้เด็กเกิดพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
ด้านร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสเรียนรู้ 
                ด้านอารมณ์  ได้ รับการตอบสนองความต้องการและความสนใจของเด็ก 
                   ด้านสังคม    ได้มีกิจกรรมทำร่วมกับผู้อื่น รู้จักกฎ กติกา ระเบียบของสังคม 
               ด้านสติปัญญา รู้จักการคิดแก้ปัญหา การตัดสินใจและได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ด้วยตนเอง
ประโยชน์
        1.เด็กจะได้รับประสบการณ์เรื่องแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของเด็ก จึงเป็นพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์
2.เด็กจะเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของแรงโน้มถ่วง 
         3.เด็กจะได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จากการฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผ่านเรื่องแรงโน้มถ่วง

ครูจัดกิจกรรมเรื่องแรงโน้มถ่วงผ่านกิจกรรมหลักทั้งหกในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ได้ดังนี้

    1. กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เช่นครูให้เด็กเคลื่อนไหวตามจังหวะ และแสดงท่าล้มลง  2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เน้นการทดลองหาคำตอบตามคำถามที่น่าสนใจ  3. กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจให้เด็กๆทำพวงแขวนจากวัตถุรอบตัว เช่น ฝักถั่ว ใบไม้แห้ง เปลือกหอย  4. กิจกรรมเสรี เล่นตามมุมต่างๆ  5. กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเครื่องเล่นสนามทุกชนิด  6. กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นเกมลากเส้น ของที่หล่นจากที่สูงสู่พื้นดิน